คราม คือ อะไร? ..

คราม  เมื่อถูกกล่าวถึง ใครๆ ก็มักจะคิดถึง สีคราม หรือ สีกรมท่า น้ำเงินเข้มอมดำ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า คราม มีที่มาและมีประโยชน์มากกว่าเป็นแค่สี ที่สกัดได้จากไม้พุ่มชนิดหนึ่ง…

คนไทยรู้จักคราม และใช้ประโยชน์จากไม้พุ่มชนิดนี้มาอย่างยาวนาน และเป็นพืชที่คนไทยทุกภาครู้จักเป็นอย่างดี ถ้านับย้อนหลังไปถึงประวัติศาสตร์ อาจจะนับรวมๆ ได้ถึงหลายพันปี นับได้ว่าเป็นพืชเก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก สำหรับคนไทยนั้น รู้จักการดึงเอาประโยชน์ที่ได้จากครามมานานแล้วเช่นกัน แถมยังเป็นภูมิปัญญาที่ชาวบ้านถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่า และมีคุณค่าทางจิตใจทั้งผู้ให้ และผู้รับ ในปัจจุบัน

คราม คือ อะไร? ..

คราม เป็น พืชไม้พุ่มที่มีลักษณะของใบคล้ายกับขนนกปลายคี่เรียงสลับกัน ลักษณะของดอก จะออกเป็นช่อ มีกลีบดอกสีชมพูอมแดง ….

คราม ในปัจจุบัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักกันในระดับประเทศ และมีชื่อเสียงในระดับโลก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมที่ได้จากการสกัด หรือย้อมจากสีของต้นคราม ที่มีชื่อเสียงและรู้จักกัน ได้แก่ผลิตภัณฑ์จากทางภาคอีสาน เช่น จ.สกลนคร หรือ จ.เลย กลายเป็นสินค้าที่โด่งดังและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด หากเราไปท่องเที่ยวทางภาคอีสาน เราอาจจะได้ยินชื่อเรียกผ้าย้อมครามที่แตกต่างไป ซึ่งคนท้องถิ่นมักเรียกว่า ผ้าหม้อนิล หากกล่าวถึงผ้าหม้อนิล ในประเทศลาว หรือคนตระกูลไทยทั้ง ไทยลื้อ ไทยแดง ไทยดำ ไทยขาว ผู้ไทย ไทยพวน ที่อยู่ในลาว กัมพูชา เวียดนาม ก็รู้จักผ้าหม้อนิลกันทั้งสิ้น คนท้องถิ่น/ชนเผ่า นิยมย้อมสีผ้าเอง และเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นผ้าประจำชนเผ่า ผ้าหม้อนิลนี้ได้ดำรงอยู่คู่กับเผ่าพันธุ์ไทมายาวนาน เช่นเดียวกับชนชาติที่เก่าแก่ของโลกทั้งอียิปต์ มายา อินเดีย จีน ซึ่งต่างก็ใช้ครามในการย้อมผ้าเช่นเดียวกัน

                      คราม   คือ พืชไม้พุ่มที่มีลักษณะของใบคล้ายกับขนนกปลายคี่เรียงสลับกัน ลักษณะของดอก จะออกเป็นช่อ มีกลีบดอกสีชมพูอมแดง สรรพคุณทางยามีมากมายหลายแขนง ทั้งแก้อักเสบ แก้ปวด ดับพิษ รากใช้ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ลดบวม เปลือกต้านพิษงู แก้พิษฝี และอีกมากมายอย่างเหลือเชื่อ …

คนไทยรู้จักการนำสีสกัด และประโยชน์จากครามมาย้อมเป็นเครื่องนุ่งห่ม ด้วยผ้าย้อมคราม หรือ ผ้าหม้อนิลมีลักษณะคล้ายเป็นฉนวนกันความร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะใครก็ตามที่สวมใส่ผ้าย้อมคราม มันจะรู้สึกสบาย ไม่ร้อน เนื้อผ้าไม่ระคายเคือง มีสัมผัสที่นุ่มต่อผิวสัมผัส จึงมีงานวิจัยทั้งในอเมริกาและญี่ปุ่นออกมายืนยันถึงสรรพคุณดังกล่าวว่า ผ้าที่ย้อมด้วยครามสามารถป้องกันผิวของผู้สวมใส่จากรังสีอัลตราไวโอเลตได้ กันแบคทีเรีย สวมใส่แล้วเลือดหมุนเวียนดี อีกทั้งยังทำให้จิตใจสงบ และมีสมาธิอีกด้วย

ในสมัยโบราณ หรือ แม้แต่ยุคปัจจุบัน ตามท้องถิ่นอีสาน ชาวบ้านยังนำผ้าหม้อนิลหรือผ้าย้อมคราม มาทำลูกประคบ และมีปรากฎอยู่ในตำรายาใบลานซึ่งจารไว้เป็นหลักฐานสืบต่อกันมาว่าลูกประคบในตำรายาอีสานโบราณต้องใช้ผ้าหม้อนิลเท่านั้น ถ้าหาสมุนไพรอะไรมาทำลูกประคบไม่ได้ มีผ้าหม้อนิลอย่างเดียวก็ประคบได้ ปัจจุบันหมอยาพื้นบ้านก็ยังใช้วิธีการรักษาเช่นนี้อยู่ เป็นตำรายาโบราณที่ชวนให้คิดว่า ครามนั้น มากประโยชน์ และมากความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง

ต้นคราม และต้นฮ่อม

อาจจะมีบางท่านเข้าใจผิดว่า ผ้าย้อมมัดคราม และผ้าม่อฮ่อม คือ สกัดมาจากต้นครามชนิดเดียวกัน ในความจริงนั้น ต้นคราม และต้นฮ่อม เป็นคนละชนิดกัน ต้นคราม ภาษาอังกฤษคือ Indigo ส่วนต้นฮ่อม หรือ ต้นห้อม คือ Baphicacanthus cusia Brem เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกับคราม ให้สีน้ำเงินเช่นเดียวกัน แต่ต้นฮ่อมไม่ใช่ต้นคราม อย่างที่เข้าใจกัน ไม่ว่าจะเขียนว่า ม่อฮ่อม ม่อห้อม หม้อฮ่อม หม้อห้อม ทุกคำล้วนมีความหมายที่เหมือนกัน และแหล่งกำเนิดของผ้าหม้อห้อมที่โด่งดัง มาจากบ้านทุ่งโฮ้ง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าหม้อห้อมแหล่งใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดแพร่ ชาวบ้านทุ่งโฮ้งเป็นกลุ่มชนที่มีเชื้อสายลาวพวน ที่ได้นำเอาวัฒนธรรมการทอผ้าและการย้อมผ้า โดยใช้ต้นและใบห้อมมาย้อม ทำให้ผ้าฝ้ายเกิดเป็นสีครามหรือสีกรมท่า ซึ่งเป็นการย้อมแบบดั้งเดิม สีจึงมีลักษณะคล้ายกันกับสีคราม คุณสมบัติคล้ายกับการย้อมคราม คือ มีความทนทาน เนื้อผ้ามีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายไม่ร้อนเกินไป

                     ผ้าหม้อฮ่อม มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สันนิษฐานว่าริเริ่มมาตั้งแต่ช่วงรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือพระเจ้าตากสินมหาราช มีกลุ่มชาวไทลื้ออพยพมาจากเชียงแสน และเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณบ้านไทยพวน หรือบ้านทุ่งโฮ้งในปัจจุบัน กลุ่มชาวไทลื้อได้นำภูมิปัญญาการย้อมผ้ามาด้วย จึงทำให้เกิดภูมิปัญญาการย้อมผ้าด้วยฮ่อม และครามนับแต่นั้นมา

ขั้นตอนของการเก็บคราม และฮ่อม ยังมีความแตกต่างกัน เช่น ครามจะต้องเลือกเวลาในการเก็บ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ ช่วงเช้าตรู่ ซึ่งจะมีจุดสังเกตว่า หากน้ำค้างของใบครามให้สีน้ำเงิน นั่นหมายความว่า ต้นครามแก่เพียงพอที่จะให้สีได้แล้ว ในการใช้จึงจำเป็นต้องตัดหรือเกี่ยวทั้งต้น รวมถึงกิ่งและใบ การเก็บครามในช่วงเวลาเช้าตรู่ก็เพื่อให้ได้ใบครามสดที่สุด และมีสีครามมากที่สุด การเก็บครามจึงไม่ได้เก็บได้ทุกต้น ในขณะที่ต้นฮ่อมนั้นใช้ทั้งต้น นำมาสับแล้วเคี่ยวจนได้สีน้ำเงินเข้มออกดำ และอาจจะเลือกเก็บในเวลาอื่นได้

ไม่ว่าพืชทั้ง 2 ชนิด มีสรรพคุณคล้ายกัน และพิเศษกว่าอื่นใดคือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้สีจากการสกัดของครามและฮ่อม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดโลกร้อนได้ สีสวยแบบธรรมชาติ ไร้มลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญที่สุดคือ การที่ได้มีส่วนร่วมกับการร่วมอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย ช่วยกันดูแลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นับวันจะสูญหายไป โชคดีของคนไทย เรามีความเป็นปราชญ์อยู่ในสายเลือด “คราม” และ “ฮ่อม” จึงยังเป็นที่นิยม และยังทำให้ชาวต่างประเทศได้มองเห็นคุณค่าภูมิปัญญาของเราอีกด้วย

ผ้าหม้อฮ่อม

ผ้าย้อมมัดคราม